Hiso-GoGo

หลังจากที่ผ่านพ้นวันขึ้นปีใหม่ไปแต่ยังไม่พ้นช่วงวันหยุดและความวุ่นวายจากผู้คน นักท่องเที่ยวที่ล้นเมืองเชียงใหม่ และอุณหภูมิอันร้อนระอุ ที่คาดว่าเป็นที่ผิดหวังของนักท่องเที่ยวหลายๆคน ตัวผมเองก็อยากที่จะมีชีวิตที่เงียบสงบ สบายๆ สมองไม่ต้องใช้ทำงานอะไรทั้งสิ้น แล้วจะทำอย่างไรดีละครับ เลยตัดสินใช้เวลาวันหยุดช่วงที่เหลืออยู่ หนีชีวิตในเมืองแห่งนี้ออกไปสู่ธรรมชาติ ชนบท ริมแม่น้ำโขง ที่มีทั้งความสงบสุข ความไร้สมอง อากาศบริสุทธิ์และลมหนาว ณ ดินแดนห่างไกลถึง อ.เมืองเชียงแสน จ.เชียงราย

เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีบ้านญาติ ปลูกสวนชา อยู่ที่เชียงราย ก็คุยกันว่าถ้าว่างๆไปนอนเล่นที่บ้านไ้ด้มั้ย ตัวเพื่อนผมเองก็ได้ขัดข้องอะไรประกอบกับที่สวนชาขาดคนเฝ้าสวนอยู่แล้ว มันก็เลยตอบตกลงอย่างง่ายดาย ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมผมจึงเลือกที่จะหนีไปเชียงราย

เช้าวันเดินทาง ไปถึงอาเขตเก้าโมงเช้า มีเที่ยวรถรอบเร็วสุดเก้าโมงครึ่ง ในใจผมเองนึกว่า โอ้วอะไรจะประจวบเหมาะขนาดนี้ แต่พอเอาเข้าจริงครับ เป็นรถ ป.2 ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ถึงเชียงแสนรวมทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง โอ้วแม่เจ้า นั่งกันจนป่วยไปเลย พอถึงเชียงแสนเพื่อนก็มารับที่ท่ารถ แล้วพาชมตัวเืมืองเล็กน้อย จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังบ้านน้อยอันเงียบสงบทามกลางสวนชา

อ.เชียงแสน อยู่ติดกับประเทศลาวเลยครับ ข้ามแม่น้ำโขงไปก็เป็นลาวละ

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงแสน และตัวเจดีย์เป็นแบบล้านนาที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในเมืองเชียงแสนด้วยครับ

แล้วเราก็มาถึงสวนชาแล้วของเพื่อนครับ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนอีกประมาณ 30 กม.ได้

บรรยากาศในสวนนั้นแสนสงบและชวนผ่อนคลายยิ่งนัก คิดถูกแล้วที่หนีมาที่นี้

พาหนะที่เพื่อนใช้มารับ เป็นแพนธอมครับ ก็งงว่าทำไมชนบทขนาดนี้ถึงมีรถแบบนี้ได้ พอถามไปถามมาจึงรู้ว่า น้าเพื่อนนั้นเป็นขาใหญ่ประจำหมู่บ้านและเป็นแนวฮาร์ดคอร์ซะด้วย

ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกแบบเต็มตามานานแล้วครับ มันช่างงดงามเหลือเกินนนน พอตกกลางคืนถ้าแหงนหน้ามองบนฟ้าก็จะเ็ต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้าน ระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด แต่เสียดายที่ถ่ายรูปมาไม่ได้นะ

 อันนี้เป็นความประทับใจส่วนตัวที่ได้จากคนเชียงรายครับ  รูปบนคือการเดินทางกลับที่เดินทางจากสวนชากลับมาในตัวเชียงแสนซึ่งห่างกันประมาณ 30 กิโล ได้น้าเพื่อนผู้ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลแถวนั้นโบกรถให้ จึงได้ติดรถชาวบ้านแถวนั้นนั้งมา แล้วค่อยต่อรถประจำทางไปเชียงรายอีกทีครับ

ส่วนรูปล่าง คือ นั่งเรือจะไปชมงานดอกไม้ที่หาดเชียงราย แล้วประทับใจอย่างไรหรือครับ เพราะว่า ก่อนที่จะมานั้งเรื่อเนี้ย ผมได้ไปนั้กินข้าวในเมืองเชียงรายก่อน แล้วถามป้าขายข้าวว่าจะไปงานดอกไม้อย่างไร ป้าเค้าก็ใจดีบอกนู้นบอกนี้ แต่ก่อนออกจากร้านเจอคนใจดีกว่าครับ เค้าบอกว่าได้ิยินเราคุยกับป้าขายข้าว ก็เลยแนะนำว่าไปงานดอกไม้ไปได้สองทาง คือ ไปได้ทั้งทางรถกับทางเรือ แต่พอจะแยกกันพี่เค้าก็พูดขึ้นมาว่า "เมื่อเช้าเรือมันพึ่งล่มไปลำนะ ชนหินกลางน้ำ" อ้าวตกลงพี่จะให้ผมไปทางไหนกันแน่ค้าบบ ยังไม่หมดครับ เจอคนใจดียิ่งกว่า ระหว่างต่อค่ารถจะไปงานดอกไม้ มีพี่สาวคนหนึ่งเห็นเราต่อไม่ได้ซักที พี่เค้าเลยอาสาจะไปส่งให้ที่ท่าเรือ เพราะพี่เค้าผ่านทางนั้นพอดี (ตอนแรกกะไปทางรถเพราะเรือพึ่งล่ม แต่มีพี่สาวน่ารักขนาดนี้ชวนไปด้วย ถึงล่มก็ยอมว่ะ) ก็เลยเป็นที่มาของความประทับใจครับ 

งานดอกไม้ที่หาดเชียงรายสวยมากครับ มีการจัดเป็นซุ้มให้ถ่ายรูปกันเต็มไปหมด  ส่วนดอกทิวริปนี้สวยตามที่เค้าว่ากันมาจริงๆคับ

 

จากนั้นก็เดินทางกลับยังเชียงใหม่ กลับสู่ความชีวิตที่วุ่นวายแบบเดิมๆ แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ได้ความรู้สึกดีๆมากมายครับ คุ้มจริงๆ

ป.ล.คนเชียงรายน่ารักมาก ทั้งจิตใจและรูปร่างน่าตา (อย่างน้อยก็ขาวแหละ่ว่ะ) เหอๆๆๆ

รูปนี้วาดเมื่ออยู่ที่สวนชาครับ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง Happy Birth Day ครับ 555

"สะพานเพื่อนสนิท"

posted on 01 Aug 2008 15:47 by gizzard  in Hiso-GoGo

ดึก ดึก ยามค่ำคืนมืดมิดนิจนิรันดิ์  

ใต้เงาจันทรานวลพ่องเหลืองอร่าม 

เราสามหนุ่มกุมขมับมิบ้ากาม

เข้าทาบทาม สามร้อยไปก่อเจ้า

555 หวัดดีคับ วันนี้เปิดด้วยกลอนขำๆกันนะ(คิดสดเลย) คือ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า พอดีคืนนั้นผมกะเพื่อนอีกสองคน เวิ่นมากมายคับ ไม่รุจะทำไรดี ก็เลยไปขับรถเล่นกันพร้อมกล้อง cannon 350Dติดตัว พอขับผ่านแถวประตูท่าแพรก็เห็นคุณพี่คนสวยมีกล้วยหอม ยืนตามโทรสัพท์สาธารณะ ตามต้นไม้เป็นหย่อมมั้งละ ผมกะเพื่อนก็จัดเลยคับ ด้วยวัยคะนองบวกกำลังพลังเวิ่นสุด......ขับผ่านไป เหอๆ อย่าคิดมาก สุดท้ายเราสามคนก็ไปจบกันที่สะพานเพื่อนสนิทคับ

ทำไมถึงเรียกว่า สะพานเพื่อนสนิท เพื่อนๆคงเคยดูหนังเรื่อง เพื่อนสนิท ใช่มั้ยคับ(ไม่เคยก็ไปดูซะ)ในฉากที่พระเอกขี่มอไซแล้วมีนางเอกซบหลัง นั้นแหละคับสะพานนี้เลย ผมก็เลยเรียก สะพานเพื่อนสนิท นั้นเอง แต่คนเชียงใหม่บางคนเรียกว่า "สะพานดำ" บ้างก็เรียก "สะพานเหล็ก" เพราะว่าตัวสะพานเป็นโครงเหล็กสีดำๆทะมึนๆก็เลยเรียกกันตามนั้น

สะพานดำ สะพานเหล็ก หรือสะพานเพื่อนสนิท อยู่ใกลัักับสะพานนวรัตน์คับ ขนานกันเลย สามารถมองเห็นซึ่งกันและกันได้แบบห่างๆนะ  เป็นสะพานที่ผมว่าเหมาะแก่การมาถ่ายรูปมากคับ โครตอาร์ตขอบอก