คราวนี้ผมปล้นเอาส่วนหนึ่งของคอลัมน์ในหนังสือเวิ่นแมกกาซีน หนังสือแมกกาซีนที่เคยเป็นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ตอนนี้แยกตัวออกมาแล้ว คอลัมน์นี้ผมเขียนลงในเล่มใหม่ล่าที่กำลังจะออกเร็วๆนี้ แต่เห็น บก. บ่นว่าอาจจะออกเป็นในรูป e-magazine  แทน อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ถ้าจะพูดถึงร้านอานหารที่บรรยากาศดี ๆ  อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ของเรา และมีชื่อเสียงโด่งดัง คงไม่มีใครไม่รู้จัก ร้าน "ผาลาดตะวันรอน" ร้านอาหารสุดหรู เหนือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือด้านบนอ่างเกษตรของเรานี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 บรรยากาศภายในร้านนั้นมีทั้งแบบ indoor และ outdoor ให้เลือก แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่เราขอแนะนำว่านั่งข้างนอกจะวิวดีกว่า  สามารถมองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของตัวเมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน ได้สูดอากาศบริสุทธ์ สัมผัสลมหนาวได้อย่างถึงใจ พอตกดึกก็จะมีดนตรีคลาสสิคมาบรรเลงสดับให้เราฟังคลอ ด้านหน้าร้านมีน้ำตกผาลาดไหลผ่านลงมาเป็นธรรมชาติ   ถือได้ว่าผาลาดตะวันรอนเป็นร้านอาหารบรรยากาศธรรมชาติกลางใจเมืองที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ได้เลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

ส่วนรสชาติอาหารไม่ต้องเป็นกังวล รับรองว่าอร่อยสุดๆ อาหารที่ขึ้นชื่อหรือภูมิใจนำเสนอของที่นี้มีมากมายครับ เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อย ออเดิร์ฟเมือง ก่อนเลย หัวใจหลักอยู่ที่น้ำพริกหนุ่มที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองเชียงใหม่ มาพร้อมกับผักสด แคปหมู ไข่ต้ม แหนม และซี่โครงหมูทอด (ขนาดแค่เรียกน้ำย่อยนะเนี้ย ยังมากมายขนาดนี้) แต่เมนูที่ผมอยากจะแนะนำเป็นเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งทุกราย พลาดไม่ได้เลย คือ ขาหมูผาลาดตะวันรอน เป็นขาหมูเยอรมันที่กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมมันบด ผักดองคลุกเคล้ากับส่วนผสมพิเศษและน้ำจิ้มเลิศรส ถ้าใครได้ลองชิมรับรองว่าติดใจอย่างแน่นอน เมนูอีกอย่างหนึ่งทีอยากจะแนะนำคือสลัดผลไม้กระทงทอง ซึ้งเต็มไปด้วยผลไม้หลากชนิด ชุ่มไปด้วยน้ำสลัดที่หวาน มัน อร่อย วางอยู่บนกระทงทองหรือกระทงที่ทำจากเผือกทอดนั้นเอง และยังมีกุ้งชุบแป้งทอดที่กรอบนุ่ม ที่กัดแล้วเต็มปากเต็มคำวางเคียงข้างมาด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทางการเดินทางนั้น ถ้าเราออกทางประตูหลังของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็เลี้ยวขวาผ่านประตูวิศวกรรมศาสตร์ แล้วถ้าเราตรงไปเรื่อยๆ จะขึ้นไปอ่างเกษตร ให้เราเลี้ยวขวาก่อนทางขึ้นอ่างเกษตรครับ (ทางขึ้นอาจจะลาดชันเล็กน้อยถึงปานกลาง) แล้วก็ไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านผาลาดตะวันลอน ในที่สุด  เพื่อนๆ ไม่ต้องกลัวหลงทางนะครับเพราะร้านนี้มีป้ายบอกตลอดทาง

ลองนึกภาพดูนะครับทานอาหารใต้แสงเทียน มีต้นไม้ เสียงเพลงจากธรรมชาติลายล้อมรอบกาย สัมพัสลมเย็นสบายแต่อบอุ่นด้วยไอรักของครอบครัวหรือคนรู้ใจ ช่างเป็นการเริ่มต้นปี 2552 ที่แสนสุขเสียจริงเลย

  รูป:TK                                                                                                                                                   นางแบบ: แตง

หลังจากที่ผ่านพ้นวันขึ้นปีใหม่ไปแต่ยังไม่พ้นช่วงวันหยุดและความวุ่นวายจากผู้คน นักท่องเที่ยวที่ล้นเมืองเชียงใหม่ และอุณหภูมิอันร้อนระอุ ที่คาดว่าเป็นที่ผิดหวังของนักท่องเที่ยวหลายๆคน ตัวผมเองก็อยากที่จะมีชีวิตที่เงียบสงบ สบายๆ สมองไม่ต้องใช้ทำงานอะไรทั้งสิ้น แล้วจะทำอย่างไรดีละครับ เลยตัดสินใช้เวลาวันหยุดช่วงที่เหลืออยู่ หนีชีวิตในเมืองแห่งนี้ออกไปสู่ธรรมชาติ ชนบท ริมแม่น้ำโขง ที่มีทั้งความสงบสุข ความไร้สมอง อากาศบริสุทธิ์และลมหนาว ณ ดินแดนห่างไกลถึง อ.เมืองเชียงแสน จ.เชียงราย

เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีบ้านญาติ ปลูกสวนชา อยู่ที่เชียงราย ก็คุยกันว่าถ้าว่างๆไปนอนเล่นที่บ้านไ้ด้มั้ย ตัวเพื่อนผมเองก็ได้ขัดข้องอะไรประกอบกับที่สวนชาขาดคนเฝ้าสวนอยู่แล้ว มันก็เลยตอบตกลงอย่างง่ายดาย ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมผมจึงเลือกที่จะหนีไปเชียงราย

เช้าวันเดินทาง ไปถึงอาเขตเก้าโมงเช้า มีเที่ยวรถรอบเร็วสุดเก้าโมงครึ่ง ในใจผมเองนึกว่า โอ้วอะไรจะประจวบเหมาะขนาดนี้ แต่พอเอาเข้าจริงครับ เป็นรถ ป.2 ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ถึงเชียงแสนรวมทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง โอ้วแม่เจ้า นั่งกันจนป่วยไปเลย พอถึงเชียงแสนเพื่อนก็มารับที่ท่ารถ แล้วพาชมตัวเืมืองเล็กน้อย จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังบ้านน้อยอันเงียบสงบทามกลางสวนชา

อ.เชียงแสน อยู่ติดกับประเทศลาวเลยครับ ข้ามแม่น้ำโขงไปก็เป็นลาวละ

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงแสน และตัวเจดีย์เป็นแบบล้านนาที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในเมืองเชียงแสนด้วยครับ

แล้วเราก็มาถึงสวนชาแล้วของเพื่อนครับ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนอีกประมาณ 30 กม.ได้

บรรยากาศในสวนนั้นแสนสงบและชวนผ่อนคลายยิ่งนัก คิดถูกแล้วที่หนีมาที่นี้

พาหนะที่เพื่อนใช้มารับ เป็นแพนธอมครับ ก็งงว่าทำไมชนบทขนาดนี้ถึงมีรถแบบนี้ได้ พอถามไปถามมาจึงรู้ว่า น้าเพื่อนนั้นเป็นขาใหญ่ประจำหมู่บ้านและเป็นแนวฮาร์ดคอร์ซะด้วย

ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกแบบเต็มตามานานแล้วครับ มันช่างงดงามเหลือเกินนนน พอตกกลางคืนถ้าแหงนหน้ามองบนฟ้าก็จะเ็ต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้าน ระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด แต่เสียดายที่ถ่ายรูปมาไม่ได้นะ

 อันนี้เป็นความประทับใจส่วนตัวที่ได้จากคนเชียงรายครับ  รูปบนคือการเดินทางกลับที่เดินทางจากสวนชากลับมาในตัวเชียงแสนซึ่งห่างกันประมาณ 30 กิโล ได้น้าเพื่อนผู้ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลแถวนั้นโบกรถให้ จึงได้ติดรถชาวบ้านแถวนั้นนั้งมา แล้วค่อยต่อรถประจำทางไปเชียงรายอีกทีครับ

ส่วนรูปล่าง คือ นั่งเรือจะไปชมงานดอกไม้ที่หาดเชียงราย แล้วประทับใจอย่างไรหรือครับ เพราะว่า ก่อนที่จะมานั้งเรื่อเนี้ย ผมได้ไปนั้กินข้าวในเมืองเชียงรายก่อน แล้วถามป้าขายข้าวว่าจะไปงานดอกไม้อย่างไร ป้าเค้าก็ใจดีบอกนู้นบอกนี้ แต่ก่อนออกจากร้านเจอคนใจดีกว่าครับ เค้าบอกว่าได้ิยินเราคุยกับป้าขายข้าว ก็เลยแนะนำว่าไปงานดอกไม้ไปได้สองทาง คือ ไปได้ทั้งทางรถกับทางเรือ แต่พอจะแยกกันพี่เค้าก็พูดขึ้นมาว่า "เมื่อเช้าเรือมันพึ่งล่มไปลำนะ ชนหินกลางน้ำ" อ้าวตกลงพี่จะให้ผมไปทางไหนกันแน่ค้าบบ ยังไม่หมดครับ เจอคนใจดียิ่งกว่า ระหว่างต่อค่ารถจะไปงานดอกไม้ มีพี่สาวคนหนึ่งเห็นเราต่อไม่ได้ซักที พี่เค้าเลยอาสาจะไปส่งให้ที่ท่าเรือ เพราะพี่เค้าผ่านทางนั้นพอดี (ตอนแรกกะไปทางรถเพราะเรือพึ่งล่ม แต่มีพี่สาวน่ารักขนาดนี้ชวนไปด้วย ถึงล่มก็ยอมว่ะ) ก็เลยเป็นที่มาของความประทับใจครับ 

งานดอกไม้ที่หาดเชียงรายสวยมากครับ มีการจัดเป็นซุ้มให้ถ่ายรูปกันเต็มไปหมด  ส่วนดอกทิวริปนี้สวยตามที่เค้าว่ากันมาจริงๆคับ

 

จากนั้นก็เดินทางกลับยังเชียงใหม่ กลับสู่ความชีวิตที่วุ่นวายแบบเดิมๆ แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ได้ความรู้สึกดีๆมากมายครับ คุ้มจริงๆ

ป.ล.คนเชียงรายน่ารักมาก ทั้งจิตใจและรูปร่างน่าตา (อย่างน้อยก็ขาวแหละ่ว่ะ) เหอๆๆๆ

รูปนี้วาดเมื่ออยู่ที่สวนชาครับ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง Happy Birth Day ครับ 555

สุกี้ ส่งท้ายปีเก่า

posted on 02 Jan 2009 00:18 by gizzard  in Other

สวัสดีปีใหม่ค้าบบบบบบบ

ปี 2552 นี้ ใครนึกสิ่งใด ทำสิ่งใด ขอให้สมหวังตามปรารถนานะค้าบบ

ระหว่างวันหยุดปีใหม่นี้ ผมเป็นคนหนึ่่งที่ไ่ม่ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดคับ เพราะเนื่องจากความรู้สึกขี้เกียจส่วนตัวที่ต้องไปเบียดเสียดร่างกายแย่งกันขึ้นรถโดยสาร แต่การตัดสินใจอยู่หอก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องสักเท่าไร เพราะว่าหาของกินไม่ได้เลย T_T ร้านอาหารเค้าปิดกันหมด คงเพราะเปิดแล้วไม่คุ้มมั้งคับ ไม่มีคนกิน ครั้นจะออกไปหาของกินข้างนอกแถวนิมาน หลังมอ แค่ผมย่างเ้ท้าออกมาหน้าหอ สายตาจับจ้องรถยนต์บนท้องถนน หัวใจมันก็ท้อแท้แล้วคับ รถเยอะมากกกถึงมากที่สุด เลยตัดสินใจหาทำอะไรกินที่ห้องนี้แหละคับ จึงเป็นที่มาของ สุกี้ ส่งท้ายปีเก้า 

โชคดีคับ ที่ผมยังมี 7-11 และ Lotus Express ช่วยชีวิต รู้สึกของคุณบรรษัทข้ามชาติขึ้นมาทันใด เพราะมันเป็นแหล่งอาหารที่ง่ายที่สุด ที่เปิด 24 ชม. ที่ผมสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ดังนั้นวัตถุดิบต่างๆในการปรุงสุกี้มื้อนี้จึงมาจากต่างชาติคับ

เดวนี้อะไรๆ มันก็ง่ายคับ มาเป็นแพค 

ก่อนอื่นก็ต้องต้มน้ำซะก่อน 

นอกจากสุกี้แพคแล้ว ผมยังซื้อออฟชั่นอื่นมาเสริมด้วย ประกอบไปด้วย ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ไส้กรอก เต้าหู้ไข่ คนอร์รสหมู และน้ำจิ้มสุกี้ (ในแพคมันให้มาน้อย ไม่สะใจ)

ส่วนวิธีทำนั้นแสนจะง่ายคับ คือ ต้มน้ำพอน้ำเดือดแล้วก็ใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไป รอซักพักมันก็ออกมาหน้าตายังงี้แหละัคับ 555

ตักใส่ชามมันก็แอบดูดีอยู่นะ 

กินสุกี้ ส่งท้ายปีเก่า ที่ระเบียงหลังห้อง รับลมเย็นๆของปีเก่าภายใต้แสงเีทียน พร้อมกับวิวแสงไฟในตัวเมือง     โรแมนติกมากมาย

 

ฮ้าาา อิ่มแล้วมีความสุขที่ซู้ด แต่ก็สุขได้ไม่นานเพราะต้องมาเดือนร้อนล้างชามอีกแหละ เซ็ง  -_-